โรคหอบหืดที่เกิดกับหญิงตั้งครรภ์

1345868966โรคหอบหืดไม่มีทางหาย หรืออาจจะมีอาการกำเริบขึ้นมาอีกได้ เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ วิธีที่ดีที่สุดนั้นก็คือการดูแลตัวเอง และหาทางป้องกันก่อนที่อาการจะกำเริบ ซึ่งการใช้ยาในคุณแม่ตั้งครรภ์ เป็นวิธีหนึ่งที่จะช่วยคุมอาการของหอบหืดได้ โดยก่อนอื่นคุณหมอต้องแบ่งระดับความรุนแรงของคุณแม่ก่อนว่า มีความรุนแรงระดับไหน เมื่อรู้ระดับความรุนแรงแล้วคุณหมอจะสามารถแบ่งแนวทางการรักษาได้ว่าคุณแม่อาจจะใช้แค่ยาพ่นขยายหลอดลม หรือใช้เป็นยากลุ่มสเตียรอยด์พ่น เพื่อช่วยลดอาการ ในคุณแม่ที่เป็นหอบหืดเรื้อรัง การใช้ยาจะช่วยควบคุมอาการระหว่างตั้งครรภ์ ซึ่งจะช่วยให้ผลลัพธ์ของการตั้งครรภ์เป็นไปด้วยดี เมื่อผู้ป่วยที่เป็นโรคหอบหืดแล้วตั้งครรภ์ การรักษาหอบหืดจะมีผลเสียน้อยกว่าการไม่รักษา เนื่องจากผลข้างเคียงของยามีน้อย การตั้งครรภ์อาจจะทำให้ผู้ป่วยหอบหืดอาการดีขึ้น แย่ลง หรือคงที่แล้วแต่ผู้ป่วยแต่ละคน ขณะตั้งครรภ์ควรหลีกเลี่ยงปัจจัยกระตุ้นทั้งหลาย

ถ้าแม่มีอาการหอบหืดขณะตั้งครรภ์บ่อยๆหรืออย่างรุนแรง อาจทำให้เกิดภาวะขาดออกซิเจนที่ไปเลี้ยงลูก ส่งผลให้เกิดภาวะแทรกซ้อนต่อทารกในครรภ์ได้ เช่น ภาวะเจริญ เติบโตช้าของทารกในครรภ์ จนบางครั้งทำให้ทารกในครรภ์เสียชีวิตได้ การ รักษาด้วยยาสเตอรอยด์อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดความผิดปกติ เช่น ภาวะปากแหว่งของทารก ครรภ์เป็นพิษ การคลอดก่อนกำหนด และการคลอดทารกน้ำหนักตัวน้อยผิดปกติ จึงควรใช้ยาดังกล่าวในกรณีจำเป็น เช่น การรักษาหอบหืดที่มีอาการรุนแรง โดยปกติของการตั้งครรภ์อาจทำให้อาการของโรคหอบหืดแย่ลง เท่าเดิม หรือดีขึ้นก็ได้

การรักษาหญิงตั้งครรภ์จะแตกต่างไปจากคนที่ไม่ตั้งครรภ์เล็กน้อย คือต้องระมัดระวังในการใช้ยารักษามารดาเนื่องจากผ่านไปยังทารกได้ วิธีการรักษาโดยทั่วๆไปสำหรับผู้ป่วยที่มีอาการหอบหืดเพียงเล็กน้อย อาจให้การรักษาแบบผู้ป่วยนอกตามปกติ โดยในรายที่ต้องให้ยารักษานานๆ ยาหลักที่ใช้ได้แก่ ยากลุ่ม methyllanthine, bronchodilator และ ยากลุ่ม sympathomimetic bronchodilator ใช้รับประทานหรือสูดดม ยาทั้ง 2 ประเภทนี้ จะเพิ่ม cyclic AMP ภายในเซลล์ทำให้หลอดลมขยาย โดยออกฤทธิ์ที่เซลกล้ามเนื้อเรียบของทางเดินหายใจและมีผลยับยั้งการหลั่ง mediators สำหรับรายที่มีอาการรุนแรงต้องรับไว้ในโรงพยาบาลและให้ยา aminophyline หยดทางหลอดเลือดดำ และให้ terbutamine 0.25-0.5 มิลลิกรัม ฉีดเข้าใต้ผิวหนัง ถ้าอาการรุนแรงมาก แพทย์จะให้ corticosteroids ชนิดฉีดเข้าหลอดเลือดดำหรือทางปากด้วย

คุณแม่ตั้งครรภ์จะมีอาการเหนื่อยง่ายอยู่แล้ว แม้จะไม่ได้เป็นโรคหอบหืดก็ตาม ดังนั้นเพื่อให้แน่ใจว่าตัวเองเป็นหรือไม่ ควรได้รับการตรวจด้วยเครื่องมือทางการแพทย์เพื่อตรวจวัดสมรรถภาพทางปอด เพื่อดูการทำงานของปอด การหายใจเข้าหายใจออก ระดับความแรงที่ใช้ในการเป่าลมออกมาเป็นอย่างไร มีระดับมากน้อยแค่ไหน การเข้าตรวจโรคอย่างละเอียดยังมีประโยชน์ช่วยในการทำนายการเกิดภาวะแทรกซ้อนของโรคได้อีกด้วย และยังสามารถนำมาใช้ในการบ่งบอกแนวทางการรักษา ว่าต้องรักษาอย่างไร ต้องใช้ยาประเภทไหนบ้าง เพื่อการตั้งครรภ์ที่มีคุณภาพที่สุด

ความร่วมมือในการลดจำนวนผู้ป่วยโรคหอบหืดในประเทศ

จากความร่วมมือของหลายภาคส่วนทั้งภาครัฐ ฝ่ายการแพทย์ และภาคเอกชน ที่ได้ร่วมกันดำเนินเครือข่ายคลินิโรคหืดและปอดอุดกั้นเรื้อรังแบบง่ายมา โดยเฉพาะการสนับสนุนจาก สปสช. ที่ได้จัดทำโครงการพัฒนาระบบการให้บริการผู้ป่วยโรคหืดตามรูปแบบโปรแกรม Easy Asthma Clinic สำหรับหน่วยบริการ ในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ โดยให้เงินสนับสนุนโรงพยาบาลทั่วประเทศจัดตั้งคลินิกโรคหืดแบบง่ายขึ้นและสนับสนุนยาพ่นเสตียรอยด์ซึ่งเป็นยาหลักที่ใช้รักษาโรคหืดแก่โรงพยาบาลเครือข่าย ทำให้ที่ผ่านมาสามารถลดจำนวนผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาและนอนในโรงพยาบาลลดลงได้มากถึง 40 เปอร์เซ็นต์ โดยเครือข่ายฯและหน่วยบริการ สปสช. ได้มีระบบการบันทึกข้อมูลการดูแลผู้ป่วยโรคหืดที่มีมาตรฐาน

ที่ผ่านมาพบว่าผู้ป่วยได้รับการรักษาที่ดีขึ้น แม้ว่าโรงพยาบาลเครือข่ายบางแห่งจะเป็นโรงพยาบาลเล็กๆ แต่ก็มีแนวทางการรักษาโรคอิงตามเกณฑ์วิธีการรักษามาตรฐานสากล คือมีการประเมินโรค และประเมินสมรรถภาพปอดอย่างง่าย มีการใช้ยาพ่นรักษา มีการให้ความรู้ผู้ป่วย สอนการพ่นยา และสอนวิธีการออกกำลังกายอย่างถูกต้องและต่อเนื่อง ทำให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น หลายๆโรงพยาบาลสามารถลดสถิติจำนวนการเข้ารับการรักษาของผู้ป่วยที่ห้องฉุกเฉินและการเข้านอนรักษาในโรงพยาบาลด้วยภาวะหอบรุนแรง ที่สำคัญคือผู้ป่วยทั่วประเทศสามารถเข้ารับการรักษาได้จากโรงพยาบาลใกล้บ้าน โดยที่ไม่จำเป็นต้องเดินทางเข้ามาในเมืองใหญ่ เพราะการรักษาได้มาตรฐานตามที่ สปสช. กำหนดไว้

กระบวนการรักษาดังกล่าวทำให้การรักษาโรคหืดของไทยได้มาตรฐานและมีคุณภาพตามที่ สปสช. กำหนด คือมีการซักประวัติผู้ป่วยอย่างเป็นระบบ มีการตรวจร่างกายร่วมกับการประเมินสมรรถภาพปอดเพื่อให้การรักษาตามแนวทางการรักษาโรคได้อย่างถูกต้อง มีระบบการบันทึกข้อมูลการดูแลผู้ป่วยโรคหืดที่มีมาตรฐาน สามารถสืบค้นและให้การดูแลต่อเนื่องในเครือข่ายได้ มีฐานข้อมูลผู้ป่วยโรคหืดเพื่อใช้ในการพัฒนาคุณภาพการดูแลผู้ป่วยโรคหืดให้ได้รับบริการที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน ซึ่งจะมีผลทำให้ผู้ป่วยโรคหืดในประเทศไทยมีโอกาสเข้าถึงบริการทางการแพทย์ที่ได้มาตรฐานอย่างทั่วถึง มีการให้ยาและใช้ยาได้อย่างถูกต้องสามารถควบคุมโรคหืดของตนเองได้และมีคุณภาพชีวิตที่ดีเฉกเช่นคนปกติธรรมดา ส่งผลให้อัตราการนอนโรงพยาบาลด้วยอาการหอบของผู้ป่วยลดลง

ไพลสมุนไพรรักษาโรคหอบหืด


หอบหืด เป็นโรคที่พบได้จากเด็กและผู้ใหญ่ ถือว่าเป็นโรคภูมิแพ้อย่างหนึ่ง และอาจเกิดจากกรรมพันธุ์ได้อีกด้วย เมื่อมีอาการหลอมลมจะเกร็งตีบแคบลง ทำให้แน่นหน้าอก หายใจลำบาก มีเสียงวี้ดขณะหายใจและมีเสมหะเหนียว มักมีอาการตอนกลางคืน เมื่อสัมผัสกับสิ่งที่เป็นสาเหตุของการแพ้ ถ้ารุนแรงมากอาจทำให้เสียชีวิตได้

การรักษา ขึ้นกับความรุนแรงของโรค ผู้ป่วยควรมียาพ่นขยายหลอมลมประจำตัว ไม่ควรซื้อยาชุดหรือยาลูกกลอนสำเร็จรูปมารับประทานเอง เนื่องจากพบเสมอว่ามีส่วนผสมของสเตียรอยด์ ซึ่งเป็นยาที่มีอันตรายสูงมาก สมุนไพรที่แนะนำให้ใช้ คือ ไพล อย่างไรก็ตามควรใช้ควบคู่กับการใช้ยาแผนปัจจุบัน จะช่วยลดความถี่ของการใช้ยาแผนปัจจุบันลงได้ และผู้ป่วยควรพยายามหลีกเลี่ยงสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการแพ้ด้วย ยาสมุนไพรไทยที่ใช้บรรเทารักษาโรคหอบหืดคือ “ไพล” ที่มีรสเผ็ดร้อนอมฝาด โดยใช้ส่วนเหง้าไพลที่แก่จัด 10 ส่วน ดีปลี 4 ส่วน พริกไทยขาว 4 ส่วน พิมเสน 1 ส่วนและกานพลู 1 ส่วน บดสมุนไพรแต่ละอย่างให้ละเอียดแล้วผสมรวมกัน วิธีใช้ให้นำยาสมุนไพรที่บดผสมกันแล้ว 1 ช้อนชา ชงกับน้ำร้อนดื่มหรือจะทำเป็นยาสมุนไพรชนิดเม็ด(ยาลูกกลอน) โดยนำส่วนผสมที่บดละเอียดแล้วมาผสมกับน้ำผึ้งแล้วปั้นเป็นเม็ดยาลูกกลอน กินครั้งละ 3-4 เม็ด

ลักษณะของไพล
ไพลเป็นพืชลงหัว มีเหง้าใหญ่ เนื้อในสีเหลือง มีกลิ่นหอม ใบเรียวยาวปลายแหลม ดอกออกรวมกันเป็นช่ออยู่บนก้านช่อดอก ช่วงเวลาที่เก็บเป็นยา เก็บเหง้าแก่จัด หลังจากต้นไพลลงหัวแล้ว

รสและสรรพคุณที่ใช้เป็นยา
แก้ฟกช้ำ บวม เคล็ด ยอก ปวดเมื่อย ขับลม ท้องเดิน ช่วยขับระดูหรือประจำเดือนของสตรี นิยมใช้หลังจากที่คลอดบุตรแล้ว

ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์
เหง้าไพลมีน้ำมันหอมระเหย ร้อยละ 0.8 และมีสารที่ให้สี ซึ่งจากการทดลองพบว่า มีฤทธิ์ลดอาการอักเสบ กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ มีการค้นคว้าสารสำคัญที่มีสรรพคุณแก้หอบหืด และมีการวิจัยทางคลินิก โดยใช้รักษาโรคหืดในเด็ก และไม่มีพิษเฉียบพลัน

การปลูก
ไพลสามารถขยายพันธุ์โดยใช้เมล็ด แง่งหรือเหง้า ซึ่งเป็นส่วนของลำต้นใต้ดิน โดยทั่วๆ ไปจะใช้ส่วนของเหง้าเป็นท่อนพันธุ์ในการปลูก ไพลชอบดินร่วนซุย ไม่ชอบน้ำขังหรือดินที่มีการระบายน้ำไม่ดี เนื่องจากจะเน่าเสีย โดยเฉพาะดินที่มีสภาพเป็นกรด เมื่อมีฝนชุกหรือความชื้นในดินสูง จะทำให้เกิดโรคแง่งเน่า สามารถปลูกกลางแจ้งจนถึงมีแสงแดดพอควร ส่วนต้นเหนือดิน มักจะยุบหรือแห้งเมื่อเข้าฤดูแล้ง ส่วนใหญ่จะเก็บเหง้าแก่เมื่ออายุ 2-3 ปีหลังปลูก

โรคหอบหืดและโรคภูมิแพ้มีความสัมพันธ์กันอย่างไร

โรคหืดเป็นโรคที่พบได้บ่อยทั้งเด็กและผู้ใหญ่ในประเทศไทย

และมีแนวโน้มที่จะเพิ่มมากขึ้นในอนาคต โรคหืดเป็นโรคที่ผู้ป่วยต้องทุกข์ทรมานและมีคุณภาพชีวิตแย่ลง หากมีอาการรุนแรงอาจเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตได้ ผู้ป่วยควรรับการตรวจวินิจฉัยและรักษาโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ไม่ควรซื้อหรือปรับขนาดยาเอง และต้องมาพบแพทย์ตามนัดเพื่อประเมินผลการรักษาและปรับขนาดยาให้เหมาะสม ซึ่งจะทำให้ผู้ป่วยโรคหืดสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ และมีคุณภาพชีวิตที่ดีเช่นเดียวกับคนทั่วไป

โรคหอบหืดในเด็กที่อายุต่ำกว่า 5 ปี พบได้บ่อย ทำให้เด็กต้องนอนโรงพยาบาล และขาดเรียนบ่อยมาก ประมาณ 30 – 80% จะมีประวัติไอ และมีเสียงวี้ด อย่างน้อย 1 ครั้งก่อนอายุ 5 ปี พวกที่มีอาการรุนแรงที่สุดคือ พวกที่มีวี้ดเร็วในขวบปีแรก และมีประวัติครอบครัวเป็นหอบหืดร่วมกับโรคภูมิแพ้ ถ้าพ่อแม่เป็นโรคภูมิแพ้ 1 คน ลูกที่เกิดมาจะมีโอกาสเป็นโรคนี้ 25% แต่ถ้าพ่อแม่เป็นทั้ง 2 คน โอกาสที่ลูกจะเป็นได้มีประมาณ 50% ส่วนสาเหตุโรคหอบหืดเนื่องจากหลอดลมของเด็กที่เป็นหอบหืดนั้น เชื่อว่ามีความไวผิดปกติต่อสิ่งกระตุ้น ทำให้หลอดลมหดเกร็งตัวแคบลง เยื่อบุภายในหลอดลมบวมขึ้น และสร้างเมือกเหนียว ซึ่งจะยิ่งทำให้ช่องทางเดินอากาศในหลอดลมแคบลงอีก ทำให้เกิดอาการหอบหืดขึ้น สิ่งกระตุ้นเหล่านี้เช่น โรคหวัด ควันบุหรี่ ฝุ่น ละอองเกสร การออกกำลังกาย ขนสุนัข ขนแมว ฯลฯ

สารระคายและมลพิษที่อยู่ในสิ่งแวดล้อมเป็นจำนวนมากก็สามารถกระตุ้นให้ผู้ป่วยที่เป็นโรคหืดทั้งชนิดที่เกิดจากโรคภูมิแพ้ และชนิดที่ไม่ได้เกิดจากภูมิแพ้มีอาการหอบหืดขึ้นได้ สารระคายที่พบบ่อยได้แก่ ควันบุหรี่ ควันท่อไอเสียรถ ก๊าซ และกลิ่นฉุนๆ นอกจากนั้นในงานอาชีพบางชนิด พบได้ทั้งสารก่อภูมิแพ้และสารระคาย เช่น ผู้ที่ทำงานในโรงงานต่างๆ ดังนั้นสิ่งแวดล้อมที่อยู่รอบตัวผู้ป่วยจึงมีได้ทั้งสารก่อภูมิแพ้ สารระคาย และมลพิษที่พบมากในเมืองใหญ่ที่มีความเจริญตามอย่างซีกโลกตะวันตก

สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง

1. ควันบุหรี่ เป็นสิ่งที่อันตรายต่อปอดที่กำลังเจริญเติบโตของเด็ก และเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดอาการหอบหืดได้
2. ตัวไรฝุ่น ฝุ่น มักอาศัยอยู่ที่เตียงนอน หมอน พรม เฟอร์นิเจอร์ บุนวม จึงควรนำไปตากหรือผึ่งแดดบ่อยๆ
3. ละอองเกสรในบางฤดู ควรหลีกเลี่ยงในบางฤดู และอาจเพิ่มปริมาณของยาป้องกันด้วย
4. สัตว์เลี้ยง ไม่ควรเลี้ยงสุนัข แมวในบ้าน เพราะเด็กหอบหืดบางคนจะแพ้ขนสัตว์ ซึ่งอาจรวมถึงนกด้วย
5. เชื้อรา ที่ชื้นๆ มักมีเชื้อรา ควรให้อากาศถ่ายเทได้สะดวก
6. การออกกำลังกาย ถ้าควบคุมโรคหอบหืดได้ดี จะไม่มีปัญหาในการออกกำลังกาย หรือวิ่งเล่นซึ่งควรให้เด็กได้มีกิจกรรมนี้ตามปกติ
7. อากาศเย็น เด็กบางคนกระทบอากาศเย็น มักจะไอ หรือหายใจมีเสียงวี้ด การใช้ยาขยายหลอดลม 1 ครั้ง ก่อนเข้าห้องที่เย็นๆจะช่วยได้

ควบคุมโรคหืดในเด็กทำได้ไม่ยาก

หลายท่านอาจจะเคยได้ยินชื่อโรค หอบหืด และคิดว่าเป็นโรคเดียวกัน แต่ในทางการแพทย์จะเรียกสั้น ๆ ว่า โรคหืด ซึ่งแสดงถึงอาการ หายใจลำบาก โดยตัดคำว่า หอบ เพื่อไม่เกิดการสับสนกับโรคอื่น ๆ ที่มีอาการหอบแต่ไม่ได้เป็นหืดค่ะ สำหรับเด็กอ่อนที่อายุ 7-8 เดือนขึ้นไปเป็นโรคที่พบได้บ่อย โดยเฉพาะช่วงอากาศเปลี่ยน เด็กจะหายใจลำบากมีเสียงครืดคราดในอก หายใจเป็นเสียงสูงคล้ายเสียงนกหวีด และเนื่องจากเด็กเล็กไม่สามารถบอกถึงอาการเหล่านี้ได้ ดังนั้นคุณแม่ต้องสังเกตและทำความรู้จักกับโรคหืดในเด็กดังต่อไปนี้ค่ะ

สาเหตุของโรคหืดในเด็กเล็ก

โรคนี้มีสาเหตุเกิดจากหลอดลมของเด็กมีความไวต่อสิ่งกระตุ้นจากภายนอกมากกว่าปกติหรือผิดปกติ ส่งผลทำให้เกิดการหดแคบลงของหลอดลม หรือมีเสมหะออกมามากเกินไปร่วมกัน เป็นผลให้การหายใจของเด็กลำบากยิ่งขึ้นโดยมีปัจจัยดังนี้

กรรมพันธุ์ ถ้าพ่อแม่หรือญาติเป็นโรคในกลุ่มภูมิแพ้หรือโรคหืด ลูกก็มีโอกาสที่จะเป็นโรคในกลุ่มภูมิแพ้หรือโรคหืดสูงด้วยเช่นกัน

สารก่อภูมิแพ้ในอากาศ เช่น ไรฝุ่นจากที่นอน พรมเฟอร์นิเจอร์ เสื้อผ้า เกสรดอกไม้ เชื้อรา ขนสัตว์ แมลงสาบ ควันรถ ฝุ่นละออง ควันบุหรี่ เป็นต้น

การติดเชื้อไวรัสทางเดินหายใจ เป็นสาเหตุสำคัญและพบได้บ่อย ๆ โดยเฉพาะเด็กอ่อน และอาจเกิดไวรัสลงปอดจึงทำให้เด็กที่มีกรรมพันธุ์อยู่แล้วมีโอกาสเป็นโรคหืดตามมา หลังการป้อนนมหรืออาหาร

สำหรับเด็กเล็กที่เป็นโรคหืด อาจเกิดการอักเสบของผนังทางเดินหายใจ ซึ่งระบบของร่างกายจะทำการรักษาตัวเองทำให้เนื้อเยื่อไม่เหมือนเดิมกลายเป็นพังผืด ทำให้หลอดลมมีความยืดหยุ่นไม่เหมือนหลอดลมปกติ และเปลี่ยนแปลงไปอย่างถาวร

เมื่อลูกหายใจมีเสียงครืดคราดในอก ให้อุ้มลูกซะหน่อยอาการหอบก็จะค่อย ๆ ดีขึ้น และเมื่อลูกมีเสมหะมาก ๆ ต้องช่วยให้ลูกคายออกมาให้ได้ โดยช่วยลูกนอนคว่ำหน้า นวดหลังโดยกดแล้วไถเป็นแนวยาว และกดนวดหัวไหล่ จากนั้นใช้มือลูบเบา ๆ ตั้งแต่กลางหลังมาถึงส่วนบนโดยเน้นนวดจุดปอดที่อยู่ระหว่างไหล่ทั้งสองข้าง จะช่วยไล่เสมหะให้ลูกได้ค่ะ